สังคมเปิดกว้าง ! คู่รักเกย์ในวงการกีฬา “ทอม ดาเลย์” นักกระโดดน้ำสุดหล่อทีมชาติอังกฤษ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเศรษฐา ทวีสิน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.แสนสิริ ได้เขียนบทความในคอลัมน์ “เศรษฐา & กีฬา” และนำมาลงไว้ในเว็บไซต์ของแสนสิริ  ซึ่งเป็นบทความว่าด้วยเรื่องของ “เพศ” ในวงการกีฬา

โดยมีเนื้อน่าสนใจว่า เรื่องที่ผมจะเขียนถึงวันนี้อาจจะดูเป็นหัวข้อที่ละเอียดอ่อนและ “ต้องห้าม” สำหรับสังคมบางกลุ่ม แต่ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจเป็นอย่างมากสำหรับวงการกีฬาที่เราต้องเปิดรับเรื่องแบบนี้เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนาศักยภาพของนักกีฬาโดยไม่มีข้อแม้

คงไม่มีใครเถียงว่า ฟุตบอล ยังถูกมองว่าเป็นกีฬาของเพศชายเสียส่วนมาก แม้ฟุตบอลหญิงจะเริ่มได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา ก็ยังต้องถือว่าไม่ค่อยแพร่หลายและยังไม่ขึ้นมาเทียบเท่าวงการฟุตบอลชายได้

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ exposure ต่างๆ ค่าตอบแทน ค่าตัว เงินรางวัล ซึ่งล้วนแล้วแต่ไม่มีความเท่าเทียมกันทั้งสิ้น และห่างกันค่อนข้างมากเสียด้วยซ้ำ

ดังนั้นถ้าผมเอ่ยชื่อ Megan Rapione นักฟุตบอลตำแหน่งกองกลางทีมชาติสหรัฐอเมริกา Lianne Sanderson ผู้เล่นตำแหน่งกองหน้าทีมชาติอังกฤษ และ อดีตนักฟุตบอลทีมชาติสหรัฐฯ อีกคนอย่าง Abby Wambach ท่านผู้อ่านอาจจะไม่ค่อยคุ้นชินกันเท่าไหร่แม้พวกเธอจะเป็นนักฟุตบอลหญิงระดับต้นๆ ของวงการในอดีตและปัจจุบัน

พวกเธอเหล่านี้ไม่ใช่แค่เป็นนักฟุตบอลระดับโลกเท่านั้นนะครับ แต่เป็นนักกีฬาสตรีที่ออกมาเปิดเผยว่าพวกเธอเป็น “ผู้หญิงที่รักผู้หญิง” ด้วยกันอย่างเปิดเผย ถึงขนาดบางคนมีคู่หมั้นและคู่สมรสแล้ว ซึ่งจะว่าไปแล้วก็น่ายินดีนะครับที่พวกเธอสามารถเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงออกมาได้อย่างสบายใจ

ต่างกับนักกีฬาชายที่ไม่ค่อยเปิดเผยเรื่องนี้กัน แม้จะมีการเปิดตัวบ้างแต่โดยมากถ้าสังเกตที่ผ่านมาจะเปิดเผยภายหลังที่จบอาชีพนักกีฬาอาชีพไปแล้วเสียส่วนมาก

ad_9724213-e1385985518471

tom-daley

tom-daley_from-thedailybeast_sansiri-blog

Tom Daley นักกระโดดน้ำทีมชาติอังกฤษ (Credit: thedailybeast.com)

keegan-hirst_from-independent_sansiri-blog

Keegan Hirst นักรักบี้ (Credit: independent.co.uk)

แม้ในช่วงถ้าย้อนหลังไปเมื่อเกือบปีที่แล้ว ผมจำได้เคยมีข่าวว่าจะมีนักฟุตบอลอาชีพที่เล่นใน EPL 2 รายกำลังจะเปิดเผยตัวให้ทราบว่าเป็นเกย์ แต่ท้ายสุดผมก็เห็นข่าวนี้เงียบหายไปและเข้าใจว่าก็ไม่มีการเปิดเผยกันอย่างที่บอก

ผมเข้าใจว่าเป็นเพราะความเชื่อของสังคมที่มีกันมาแต่เนิ่นนาน เป็นแนวคิดแบบ stereotype ที่มองว่ากีฬา โดยเฉพาะ contact sport เป็นเรื่องของเพศชาย เป็นเรื่องของความแข็งแรง กำยำ ทำให้ถ้าจะมีนักกีฬาสักคนออกมาบอกว่าตัวเค้าเองเป็นเกย์ จะเป็นการสร้างความสั่นสะเทือนกับความเชื่อดังกล่าว

และสร้างความวิตก ในประเด็นที่สังคมไม่เคยยอมรับและไม่เคยรับรู้ อีกทั้งปรากฏการณ์แบบนี้ยังไม่ค่อยได้เห็นกันทำให้ทุกฝ่ายอาจจะไม่รู้ว่าจะต้อง react หรือประพฤติตัวอย่างไร ไหนจะเพื่อนร่วมทีม ไหนจะโค้ช ไหนจะผู้จัดการทีม ไหนจะแฟนๆ

รวมทั้งสปอนเซอร์ต่างๆ ซึ่งถ้าเรามองในภาพรวมผมก็ยอมรับครับว่าคงต้องเป็นการตัดสินใจที่ยากลำบากและต้องมีความเด็ดขาดจริงๆ ถึงจะทำได้

ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าเราลองมองย้อนกลับไปในกรณีที่ผ่านๆ มา ทุกครั้งเลยที่นักกีฬาชายออกมาบอกถึงสถานะที่แท้จริงของพวกเค้า บรรดาสื่อและความสนใจของสาธารณชนก็ถูกกระพือขึ้นอย่างแรง แตกต่างกับกรณีของนักกีฬาหญิงที่ออกมาบอกว่าเป็นเลสเบี้ยนนะครับ

น้อยครั้งนักที่จะได้รับความสนใจจากสื่อและแฟนๆ กีฬา เพราะอะไรครับ หลายคนบอกว่านั่นก็เพราะเป็นความเชื่อดั้งเดิมของสังคมเราอีกเหมือนกันว่า “กีฬา กับ ผู้หญิง” โดยเฉพาะกีฬา contact sport อย่างฟุตบอลเมื่อนำมาอยู่ด้วยกันก็เป็นตัวบ่งชี้ได้ค่อนข้างสูงว่าผู้หญิงที่เล่นกีฬานั้นๆ เป็น “หญิงรักหญิง” ไปซะแล้ว

ซึ่งจะว่าไปก็ไม่แฟร์นะครับแต่ก็ทำให้การที่นักฟุตบอล 3 คนที่ผมเอ่ยชื่อไปข้างต้นออกมาเปิดเผยชีวิตส่วนตัวไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไรมากมาย

อีกความเชื่อหนึ่งที่ผมคิดว่าสร้างความแตกต่างระหว่างทั้งสองกรณีก็คือ ความเชื่อที่คิดว่าการที่ผู้ชายเป็นเกย์เป็นองค์ประกอบและปัจจัยหนึ่งที่อาจทำให้ศักยภาพทางกีฬาของพวกเค้า “ด้อย” กว่าธรรมดา

ในขณะที่การที่ผู้หญิงมีความเป็นชายมากกว่าปกติจะช่วยเสริมสร้างศักยภาพของพวกเธอให้สูงกว่าสตรีธรรมดา จะว่าไปก็เป็นการเหมารวมที่ไม่แฟร์นะครับ และผมก็ไม่เชื่อด้วยว่าจะเป็นเช่นนั้นจริงๆ แต่อย่างว่าครับ ไม่ใช่ทุกคนจะคิดเหมือนผม

ดังนั้นจึงไม่แปลกที่เรื่องนี้ยังสร้างความกังวลใจให้กับกลุ่มนักกีฬาเกย์ที่กลัวว่า “มูลค่า” ของตนจะลดลงในสายตาของคนอื่นๆ และส่งผลกระทบต่อสัญญาต่างๆ ของสปอนเซอร์ตน

tom-daley-1343231405-view-1

adidas_gay_from-out_sansiri-blog

แต่นับเป็นเรื่องที่ดีนะครับที่บรรดาสปอนเซอร์อุปกรณ์กีฬาระดับโลกอย่างทั้ง adidas และ nike ต่างก็มีแนวทางที่เปิดกว้าง และให้การสนับสนุนบรรดานักกีฬากลุ่ม เลสเบี้ยน เกย์ อย่างเปิดเผย

โดยเฉพาะ adidas ถึงกับมีข้อระบุในสัญญาว่าหากมีการเซ็นสัญญาไปแล้ว และเปิดเผยตัวว่าเป็นกลุ่ม ชายรักชาย หรือ หญิงรักหญิง ก็จะไม่มีผลกระทบใดๆ และจะไม่เป็นปัจจัยในการยกเลิกหรือไม่ต่อสัญญาแต่อย่างใด ซึ่งจะว่าไปก็เป็นตัวช่วยหนึ่งที่ดีในการล้มล้าง stereotype ในเรื่องนี้ได้ไม่มากก็น้อย

andy-gray-and-richard-keys_from-theaustralian_sansiri-blog

Andy Gray และ Richard Keys คู่หูพากษ์บอลของ Sky TV เหยียดความสามารถกรรมการสุภาพสตรี (Credit: theaustralian.com.au)

แต่ปัญหาใหญ่อีกหนึ่งผมว่าอยู่ที่พวกเราแฟนๆ กีฬาด้วยครับ ยิ่งถ้าเป็นแฟนกีฬาประเภทฟุตบอลแล้วล่ะก็ ต้องปรับความคิดกันขนานใหญ่นะครับ เพราะเรายังเห็นภาพน่าเกลียดหลายต่อหลายครั้งในสนามและนอกสนาม

ไม่ว่าจะเป็นความคิดประเภท sexist อย่างการเหยียดความสามารถกรรมการสุภาพสตรีอย่างที่ Andy Gray และ Richard Keys คู่หูพากษ์บอลของ Sky TV ทำและโดน boycott มาแล้ว หรือกรณีที่แฟนบอลหลายๆ คนยังตะโกนดูถูกนักฟุตบอลหญิงทีมชาติสหรัฐฯ และออสเตรเลีย ในการแข่งขันโอลิมปิคที่ผ่านมาในเชิงต่อต้านการรักร่วมเพศ

tom-daley-1344530080-view-1

js40063816

tom-daley-daniel-goodfellow

fed5c190fb55cbe518c89c475fa49f10

tom-daley-and-daniel-goodfellow

dan-goodfellow-and-tom-daley-main

tom-daley-engagement-10215

เรื่องเหล่านี้ไม่ไกลตัวหรอกครับ ผมเชื่อว่าวงการฟุตบอลไทยเราท้ายที่สุดก็ต้องดีลกับเรื่องแบบนี้ ขึ้นอยู่กับว่าจะเร็วหรือช้าแค่ไหน ถ้าจะก้าวข้ามให้ได้เราต้องเริ่มที่การปรับทัศนคติของเยาวชนรุ่นใหม่จากคนในบ้านและผู้ปกครองนะครับ ให้เค้าเข้าใจและยอมรับตัวตนของเพื่อนร่วมสังคม

ให้เค้าแยกแยะ stereotype ของกีฬากับเพศให้ออก รวมถึงหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องต้องไม่หลีกเลี่ยงที่จะจัดการกับปรากฏการณ์ทางสังคมอันนี้ อย่าหลับตาข้างเดียวแล้วคิดว่าให้มันดำเนินไปด้วยตัวเอง เราทุกคนในสังคมและวงการกีฬาควรมีส่วนร่วมในการผลักดันให้เกิดความเสมอภาค ให้เกียรติทุกคนทุกเพศเหมือนกันครับ

ข้อมูลจาก : คอลัมน์ “เศรษฐา & กีฬา” ว่าด้วยเรื่องของ “เพศ” ในวงการกีฬา โดยคุณเศรษฐา ทวีสิน

3703bc9600000578-3729977-tom_daley_and_diving_partner_daniel_goodfellow_right_jumped_into-a-68_1470689002976

615a061999641491c30a9bff2f38b33c

174ad7828bb0ec7cbb2b1382a4653db4

นักกีฬา กับ หมาล่าเนื้อ

       อย่าเพิ่งสงสัยครับว่ามันเกี่ยวข้องกันได้อย่างไร……แต่สำหรับคนกีฬาหรือตัวนักกีฬาเองหลายคนคงจะพอเข้าใจกับประโยคข้างต้นที่ผมเขียนไว้ครับ
       หลายปีก่อนตอนช่วงที่ผมยังเป็นนักกีฬาว่ายน้ำ…..ที่ต้องเอาจริงเอาจัง มุ่งมั่นกับการฝึกซ้อมกีฬาอย่างหนัก เพื่อทำผลงานให้ดี บอกได้คำเดียวว่าชีวิตของตัวผมนั้นไม่ได้มีจุดมุ่งหมายและคิดอะไรเลยนอกจากการพยายามไขว่คว้าหาความสำเร็จในการแข่งขัน……คิดแค่ว่าถ้าเราทุ่มเทกับการฝึกซ้อม ทำผลงานในการแข่งขันให้ดี เราก็จะสามารถประสบความสำเร็จในชีวิตได้ มีงาน มีเงิน และสามารถหาเลี้ยงตัวเองได้จากการเล่นกีฬาว่ายน้ำ
       จนมาวันนึงที่ผมเริ่มรู้สึกตระหนักกับตัวเองได้ว่า………….เล่นกีฬาอย่างเดียวไม่สามารถทำให้เรามีชีวิต และความเป็นอยู่ที่มั่นคงได้ เนื่องจากมีนักกีฬารุ่นน้องที่เก่งกว่า และทำสถิติได้ดีกว่าเข้ามาแทนที่ เป็นธรรมดาของผู้ฝึกสอนหรือผู้ควบคุมทีมก็ต้องเลือกนักกีฬาที่เก่งกว่าเป็นตัวเลือกในการทำทีม
       มันทำให้ผมได้รู้ตัวเองทันทีว่า ชีวิตของเราจะหยุดอยู่ที่การเล่นกีฬาไปจนแก่ตายไม่ได้แน่ ผมพยายามหาคำตอบให้กับทฤษฎีที่เกิดขึ้นกับตัวเองนี้มานาน จนในที่สุดเมื่อผมได้มีโอกาสเรียนปริญญาโทเมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมานี้เอง……..อาจารย์ท่านหนึ่งได้ให้คำนิยามที่ท้ายที่สุด  คำนิยามของท่านก็เติมเต็มความคาใจของผมได้ซักที ซึ่งอาจารย์กล่าวว่า “นักกีฬาก็เหมือนหมาล่าเนื้อ…..เมื่อหมดประโยชน์..เขาก็เขี่ยคุณทิ้ง”
       นักกีฬาเยาวชนส่วนใหญ่ โดยเฉพาะกีฬาที่ยังไม่ได้เป็นกีฬาอาชีพไม่เคยคิดถึงแผนการใช้ชีวิตอื่นๆเลย นอกจากการเล่นกีฬา อาจจะเป็นเพราะยังเป็นช่วงวัยรุ่นและต้องเอาใจใส่กับการฝึกซ้อมกีฬามากกว่า และมองว่าอนาคตเหล่านั้นยังอีกไกลกว่าจะมาถึงตัวเขา
       แล้วถ้าเกิดว่าวันนึงมันเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้คุณไปไม่ถึงจุดมุ่งหมายที่สูงสุดของอาชีพกีฬาของคนได้ คุณจะทำอะไร คุณจะดำรงชีวิจอยู่ในสังคมนี้อย่างไร และคุณจะมีชีวิตที่สมบูรณ์แบบตามอย่างที่คุณใฝ่ฝันได้อย่างไร ตัวอย่างของคึนที่ล้มเหลวในชีวิตเพราะพยายามทำตัวเปรียบเสมือนหมาล่าเนื้อนั้นมีอยู่ทั่วไป
       โปรดมองความผิดพลาดจากผู้อื่น….แล้วเก็บไว้เป็นอุทาหรณ์เตือนสติตัวเองไว้ว่า
“เราไม่สามารถเล่นกีฬาไปตลอดจนแก่ตายได้”